VISIT OKINAWA JAPAN Official Okinawa Travel Guide

ปฏิทินแบบเก่า (ตามจันทรคติ) และเทศกาลในรอบปีของโอกินาวา

วัฒนธรรมตามปฏิทินแบบเก่า (จันทรคติ) ที่สืบสานมากระทั่งยุคปัจจุบัน

ตามปกติแล้ว ประเทศญี่ปุ่นจะจัดงานต่าง ๆ โดยอิงจากปฏิทินสุริยคติหรือปฏิทินแบบใหม่เป็นหลัก แต่สำหรับที่โอกินาว่าแล้ว การจัดงานกิจกรรมและพิธีกรรมต่าง ๆ จะจัดขึ้นตามปฏิทินแบบเก่า (จันทรคติ) ซึ่งปฏิทินทั้ง 2 แบบ ทั้งปฏิทินสุริยคติและปฏิทินแบบเก่า (จันทรคติ) ต่างก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ชีวิตประจำวัน

ปฏิทินแบบเก่า (จันทรคติ) คืออะไร ?

ปฏิทินแบบเก่า (ตามจันทรคติ) เป็นปฏิทินที่นับเวลาพื้นฐานตามข้างขึ้น-ข้างแรมของดวงจันทร์ กล่าวกันว่าเป็นปฏิทินถูกใช้ในสมัยโบราณเพื่อช่วยวางแผนช่วงเวลาออกประมง หว่านเมล็ดพันธุ์ และเก็บเกี่ยวผลิตผล โดยตรวจดูการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติและอ้างอิงจากดิถีของดวงจันทร์ แต่เนื่องจากการใช้ดิถีของดวงจันทร์เพียงอย่างเดียวส่งผลให้ฤดูกาลทั้งสี่เกิดคลาดเคลื่อนออกไป จึงได้มีการยกเลิกปฏิทินดังกล่าว แล้วใช้ระบบ 24 ภาวะหรือสารทในปฏิทินจีนที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลที่เกิดขึ้นประมาณเดือนละ 2 ครั้ง ปฏิทินนี้เป็นปฏิทินโบราณที่เรียกว่า “ปฏิทินสุริยจันทรคติ”

ปฏิทินโบราณนี้ได้ถูกนำเข้ามายังโอกินาว่าในยุคราชวงศ์ริวกิว งานเทศกาลและพิธีกรรมต่าง ๆ ได้ถูกจัดขึ้นโดยอิงจากปฏิทินนี้เป็นหลัก เนื่องจากการได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมจีน และอีกสาเหตุหนึ่ง คือการที่โอกินาว่าเป็นประเทศหมู่เกาะที่ถูกล้อมรอบด้วยทะเลทั้งสี่ทิศ ทำให้การทำเกษตรและประมงตกอยู่ภายใต้สภาพอากาศอันโหดร้าย ตั้งแต่พายุไต้ฝุ่นจนกระทั่งอากาศที่ร้อนจัด ปฏิทินนี้จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ในการวางแผนช่วงเวลาน้ำขึ้น-น้ำลง การหว่านเมล็ดพันธุ์ และการเก็บเกี่ยวผลิตผล อีกทั้งริวกิวยังเป็นสถานที่ที่อยู่ห่างจากภูมิภาคอื่น ๆ ของญี่ปุ่น วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะจึงสามารถเจริญงอกงามสืบต่อมาจนกระทั่งปัจจุบัน เช่น การสวดอธิษฐานเพื่อให้ได้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์หรือจับปลาได้มาก การสวดอธิษฐานเพื่อขอพรเรื่องสุขภาพ เป็นต้น

ความเชื่อมโยงระหว่างปฏิทินแบบเก่า (ตามจันทรคติ) และการจัดกิจกรรมตามประเพณีดั้งเดิม

งานอีเวนต์และงานเทศกาลในรอบปีที่เกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษที่จัดขึ้นในโอกินาว่าโดยส่วนใหญ่ จะจัดงานขึ้นโดยอิงตามปฏิทินแบบเก่า (ตามจันทรคติ) เป็นหลัก

เมื่อครั้งที่โอกินาว่ายังเป็นสังคมเกษตรกรรม การสวดอธิษฐานต่อเทพเจ้าเพื่อขอให้ช่วยคุ้มครองผลผลิตทางการเกษตรจากสภาพอากาศอันโหดร้าย ทั้งพายุไต้ฝุ่นที่ขึ้นฝั่งอยู่บ่อยครั้งและความแห้งแล้ง เป็นธรรมเนียมที่มีขึ้นจนหยั่งรากลึก นอกจากนี้ ในช่วงสมัยราชวงศ์ริวกิว ทางหน่วยงานการปกครองได้ดำเนินการเลือกวันจัดงานและพิธีกรรมต่าง ๆ โดยรับระบบ “ภาวะ” หรือ “สารท” ทั้ง 24 ตามปฏิทินจีนมาใช้ควบคู่กับปฏิทินแบบเก่า (ตามจันทรคติ) ด้วยเหตุนี้ พิธีกรรมของหมู่บ้านจึงได้กลายเป็นเทศกาลประจำปีที่ถูกจัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอโดยยึดตามปฏิทินแบบเก่า (ตามจันทรคติ) และรอยต่อของฤดูกาลที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของผลผลิตทางการเกษตร

เทศกาลประจำปีที่สืบทอดต่อกันมาในแต่ละท้องถิ่น เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบแล้ว จะเห็นว่าเทศกาลประจำปีที่เชื่อมโยงกับครอบครัวและการดำเนินชีวิตนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่เป็นสิ่งที่ฝังรากลึกลงไปในการดำเนินชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ในโอกินาว่ามาตั้งแต่โบราณ เช่น ประเพณีและความเชื่อเกี่ยวกับเทพเจ้าไฟ (ฮินูกัง) ที่เป็นเทพเจ้าประจำห้องครัว และการสวดอธิษฐานต่อวิญญาณบรรพบุรุษ (อูงัน) เป็นต้น ในปฏิทินที่มีการใส่ปฏิทินแบบเก่า (ตามจันทรคติ) ลงไป จะบอกพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนาชินโตและศาสนาพุทธในทุก ๆ เดือน โดยทุกวันที่ 1 และวันที่ 15 ของเดือนจะมีการถวายเครื่องบูชาบนหิ้งพระและสวดมนต์อธิษฐานเป็นพิเศษ สิ่งเหล่านี้ควรเรียกว่าเป็นขนบธรรมเนียมมากกว่าที่จะเป็นพิธีกรรม มีผู้คนจำนวนมากในที่โอกินาว่าที่คิดว่า การสวดมนต์อธิษฐานในลักษณะนี้เป็นเรื่องที่คุ้นเคยใกล้ตัว

เทศกาลประจำปีที่สำคัญ

วันที่ 1 เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติ : วันขึ้นปีใหม่โบราณ (โชงูวาจิ)

แม้ว่าปัจจุบันโอกินาว่าจะถือเอาวันที่ 1 เดือน 1 (มกราคม) ตามปฏิทินแบบใหม่หรือแบบสุริยคติเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามสมัยนิยม แต่ก็ยังมีบางครอบครัวที่เฉลิมฉลองทั้งวันขึ้นปีใหม่โบราณและวันขึ้นปีใหม่แบบปัจจุบัน ส่วนการสวดมนต์อธิษฐานจะมีทั้งแบบชินโตและศาสนาพุทธ เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปีตามปฏิทินแบบเก่า สินค้าที่ไม่ค่อยพบเห็นในช่วงเวลาปกติ เช่น อุปกรณ์ประดับตกแต่งและอาหารสำหรับช่วงวันปีใหม่จะถูกวางจำหน่ายเรียงรายตามหน้าร้าน แม้จะไม่ใช่ช่วงวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินแบบใหม่ แต่ตามตลาดและซูเปอร์มาร์เก็ตก็จะคับคั่งไปด้วยผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของ และแต่ละครอบครัวก็จะฉลองปีใหม่กันอย่างเรียบง่าย พร้อมทั้งสวดมนต์อธิษฐานให้ครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรงและมีความเจริญรุ่งเรืองด้วยการถวายของประดับตกแต่งสำหรับช่วงปีใหม่และถวายจอกเหล้าตามแบบศาสนาชินโตและศาสนาพุทธ

วันที่ 3 เดือน 3 ตามปฏิทินจันทรคติ : วันฮามาอูริ

กล่าวกันว่า วันนี้เป็น “วันเทศกาลประจำปีที่สำคัญของผู้หญิง” โดยเป็นกิจกรรมที่เหล่าหญิงสาวจะได้สนุกสนานกัน ตั้งแต่การลงไปยังชายหาดแล้วชำระล้างร่างกายโดยทำให้มือและเท้าเปียกด้วยน้ำทะเล รวมไปถึงการเก็บหอย ปู กุ้งในช่วงที่น้ำลง ในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีธรรมเนียมที่จะนำอาหารชนิดต่าง ๆ มารวมใส่ในกล่องเครื่องเขินจนเต็มไปด้วยสีสัน อาทิเช่น ข้าวเหนียวนึ่งถั่วแดง (เซกิฮัง) อาหารประเภทถั่ว อาหารจากภูเขาหรือทะเล โยโมงิโมจิ ขนมซังกวาจิกวาชิ ฯลฯ

เนื่องจากในช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงฤดูกาลเปิดทะเลพอดี ชายหาดจึงคับคั่งไปด้วยครอบครัวที่มาเก็บหอย ปู กุ้งในช่วงที่น้ำลง และเฝ้าสังเกตดูสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลที่บริเวณชายฝั่งทะเลน้ำตื้น ส่วนกิจกรรมสำหรับเด็กสาวก็ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปเป็นกิจกรรมที่จัดควบคู่กับกิจกรรมสันทนาการทางทะเล

ช่วงกลางเดือน 3 ตามปฏิทินจันทรคติ : เทศกาลเช็งเม้ง (ชีมี)

เป็นพิธีกรรมการทำบุญให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งเป็นเทศกาลที่สืบทอดรับต่อมาจากประเทศจีน และเป็นหนึ่งในสามประเพณีใหญ่ที่มีความสำคัญในโอกินาว่าที่เทียบได้กับเทศกาลโอบงและเทศกาลปีใหม่ โดยทั่วไปแล้ว ครอบครัวและญาติพี่น้องจะเดินทางไปยังสุสานของบรรพบุรุษเพื่อทำความสะอาดสุสาน จัดเซ่นไหว้สำรับอาหาร และรับประทานอาหารที่หน้าสุสานหลังจากที่สวดอธิษฐานเสร็จแล้ว กล่าวกันว่าการที่ทุกคนที่เป็นเครือญาติมาทำบุญร่วมกันให้บรรพบุรุษนั้น เมื่อวิญญาณบรรพบุรุษได้เห็นว่า ทุกคนมารวมตัวกันและใช้ชีวิตอย่างรักใคร่กันดี ก็จะนอนตายตาหลับได้อย่างหมดห่วง

วันที่ 4 เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติ : ยุกกานูฮี

วันที่ 4 เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติ หรือในช่วงวันหยุดก่อนหรือหลังวันดังกล่าว จะมีการจัดแข่งเรือฮาริวเซ็น หรือที่เรียกว่า “ฮารี” (ฮาเร) ตามท้องที่ต่าง ๆ ภายในจังหวัด การแข่งเรือนี้เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อสวดอธิษฐานให้สามารถจับปลาได้มากและเพื่อให้เดินเรือได้อย่างปลอดภัยตลอดทั้งปี จึงเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เหล่าชาวประมงให้ความสนใจกันมาก ฮารีเป็นสิ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับการอธิษฐาน (พิธีกรรมที่เกี่ยวกับเทพเจ้า) อย่างลึกซึ้ง โดยจะมีการจัดพิธีการในสถานที่บวงสรวงเทพเจ้าแห่งท้องทะเลตั้งแต่เช้าตรู่ และมีการอธิษฐานอย่างจริงจังในสถานที่หลายแห่ง

ในวันยุกกานูฮีที่มีการจัดแข่งเรือฮารี จะมีธรรมเนียมมอบของเล่นให้แก่เด็ก ๆ เป็นของขวัญเพื่อให้เด็ก ๆ เติบโตด้วยร่างกายที่แข็งแรง ในสถานที่จัดงานฮารีจะมีตลาดขายของเล่นตั้งเรียงรายอยู่ด้วย นอกจากนี้ ภายในครอบครัวจะมีการทำขนม “โปโป” และขนม “ชินปิง” ซึ่งเป็นขนมโบราณดั้งเดิมของโอกินาว่าด้วย จึงเป็นวันที่ครอบครัวจะได้สนุกสนานกับการไปชมการแข่งเรือฮารี

วันที่ 15 เดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติ : เทศกาลเดือนหก - การแข่งขันชักเย่อ

การแข่งชักเย่อที่จัดขึ้นตามแต่ละท้องที่ภายในจังหวัดโอกินาว่าจะแบ่งออกเป็นการแข่งขันตอนช่วงโรกูงัตสึอูมาจีที่เป็นการเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยวผลผลิตของนาข้าว และการแข่งขันในวันที่ 15 เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติ งานแข่งขันชักเย่อที่เป็นตัวแทนขึ้นชื่อของโอกินาว่า ได้แก่ งานแข่งชักเย่อของเมืองโยนาบารุ (เดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติ), งานแข่งชักเย่อของเมืองอิโตมัน (เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติ) และงานแข่งชักเย่อที่เมืองนาฮะ (ช่วงก่อนหรือหลังวันที่ 10 ตุลาคม ตามปฏิทินแบบใหม่)

การแข่งขันชักเย่อเป็นประเพณีดั้งเดิมที่เกิดจากการแข่งขันดึงเชือกยักษ์เพื่อเป็นการรวมคำขอพรต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ทั้งการขอพรในเทศกาลขอบคุณการเก็บเกี่ยวผลผลิต การขอพรให้ผลผลิตในปีหน้าอุดมสมบูรณ์ และการขอพรให้มีสุขภาพแข็งแรง โดยจะมีการผูกเชือกโอซูนะ (เชือกผู้ชาย) และเมซูนะ (เชือกผู้หญิง) เข้าไว้ด้วยกัน ผู้คนที่ดึงเชือกยักษ์จะมีสีหน้าจริงจัง เนื่องจากต้องทำนายว่าในปีนั้นจะออกมาโชคดีหรือโชคร้าย ผลลัพธ์ที่ออกมาจะขึ้นอยู่กับผลของการแข่งขัน นอกจากการแข่งขันชักเย่อแล้ว ก็ยังมีสิ่งที่น่าสนใจภายในงานมากมาย เช่น การสู้รบกระบี่กระบองที่คอยข่มขวัญเพื่อทำลายความเร็วในการย่างเท้าของคู่กรณี, มิจิจูเน่ (ขบวนพาเหรด), ชิตากุ (กลุ่มคนที่ขึ้นไปอยู่บนเชือกยักษ์และแต่งตัวแบบแฟนซี) ฯลฯ

วันที่ 13-15 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ : เทศกาลโอบง

เทศกาลโอบงของโอกินาว่าจะจัดขึ้นในวันที่ 13-15 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติ เป็นระยะเวลา 3 วัน
ในช่วงเวลานี้ ผู้คนจำนวนมากจะถือของกำนัลไปเยี่ยมเครือญาติแล้วจุดธูปบนหิ้งพระ
ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้คนจำนวนมากขอลาหยุดหรือกลับบ้านก่อนเวลา อีกทั้งยังมีบางบริษัทที่อนุญาตให้ลางานได้ด้วย เทศกาลโอบงจึงเป็นกิจกรรมที่แทรกซึมเข้าไปในชีวิตประจำวันในฐานะเทศกาลประจำปีที่สำคัญของโอกินาว่า
วันที่ 13 เป็นวัน “อุนเก” เป็นวันต้อนรับวิญญาณบรรพบุรุษที่มาจากโลกหลังความตาย
ส่วนวันที่ 14 เป็นวัน “นากานูฮี” และวันที่ 15 ซึ่งเป็นวันสุดท้าย เรียกว่าวัน “อูกูอิ”
ในวันนี้ จะเป็นวันที่สำคัญที่สุดในเทศกาลโอบง ครอบครัวและเครือญาติจะมาอยู่ล้อมรอบหิ้งพระและใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างสงบและเรียบง่าย
“พิธีส่งวิญญาณ” ที่จะส่งบรรพบุรุษกลับไปยังโลกหลังความตาย จะจัดขึ้นในช่วงเย็นของวันที่ 15
จะมีจัดการแสดงแบบดั้งเดิมที่ให้ความสนุกสนานครึกครื้นและมีความเกี่ยวข้องกับเทศกาลโอบงตามแต่ละท้องที่ภายในจังหวัด เช่น การแสดงกลองเอซา การแสดงโบโอโดริ การแสดงระบำเชิดสิงโต ฯลฯ
การแสดงกลองเอซาเป็นการแสดงของกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาวที่มีผู้ถือธงนำอยู่ตรงบริเวณหัวแถว โดยจะเดินขบวนแห่ไปตามถนนแล้วสวดมนต์อธิษฐานและโชว์การแสดงต่าง ๆ เช่น ตีกลอง ร้องเพลง แสดงดนตรี ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อเป็นการทำบุญให้แก่วิญญาณบรรพบุรุษ
การแสดงกลองเอซาที่มีการเต้นและร่ายรำด้วยท่วงท่าองอาจทรนง จัดเป็นหนึ่งในศิลปะการแสดงดั้งเดิมที่สำคัญของโอกินาว่า

วันที่ 7 เดือน 9 ตามปฏิทินจันทรคติ : วันคาจิมายา

คาจิมายาเป็นงานฉลองให้แก่ผู้ที่มีอายุครบ 97 ปี
กล่าวกันว่า หัวใจของผู้ที่มีอายุมากขนาดนี้จะหวนกลับไปสู่วัยเด็กอีกครั้ง จึงได้เริ่มมีการทำกังหันลม (คาจิมายา) ซึ่งเป็นของเล่นสำหรับเด็กขึ้นมา
ขบวนพาเหรดในงานคาจิมายาจะจัดขึ้นอย่างใหญ่โตอลังการ โดยจะเชิญผู้ที่เป็นเจ้าของงานขึ้นรถที่ประดับตกแต่งด้วยสีสันที่ดูสดใสแล้วแห่ไปรอบ ๆ หมู่บ้าน
ครอบครัวและเครือญาติก็จะเข้าร่วมในขบวนพาเหรดนี้ด้วย ตลอดสองข้างทางจะมีผู้คนจำนวนมากคอยทักทายและจับมือเพื่อจะได้อานิสงส์ช่วยให้ตนเองมีอายุยืนขึ้นด้วยนั่นเอง

วันที่ 8 เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติ : มูจี

มูจี เป็นพิธีถวายขนมโมจินึ่งโดยนำไปห่อด้วยใบเก็ตโต (ข่าคม) หรือใบคูบะ แล้วนำไปถวายยังหิ้งพระและเทพเจ้าแห่งไฟ (ฮินูกัง) แล้วรับประทานขนมโมจิที่ห่อด้วยใบข่าคม เนื่องจากเป็นธรรมเนียมที่เกิดจากความจำเป็นที่ต้องทำให้ตัวอุ่นเพื่อให้รอดพ้นจากอากาศหนาวเมื่อต้องเผชิญกับอุณหภูมิที่ลดต่ำลง แต่ก่อนมีนิทานปรัมปราที่เล่าต่อกันมาว่า น้องสาวได้จัดการกับพี่ชายที่กลายเป็นยักษ์กินคนโดยใช้ขนมมูจีที่มีกลิ่นหอมช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้ ดังนั้นการได้ทานขนมมูจีก็เท่ากับได้ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไปนั่นเอง

เมื่อมีเด็กทารกถือกำเนิดขึ้นมา คนในครอบครัวจะต้อนรับเด็กทารกครั้งแรกด้วยขนมมูจี เรียกว่า “ฮาจิมูจี” และแจกจ่ายขนมมูจีไปยังหมู่ญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงด้วย เนื่องจากใบข่าคมมีสรรพคุณช่วยกำจัดแมลง จึงมีความหมายเป็นเครื่องรางที่ช่วยคุ้มครองป้องกันภัยด้วย อีกทั้งคนในครอบครัวจะสวดมนต์ขอพรให้เด็กน้อยเติบโตมีสุขภาพที่แข็งแรง นอกจากนี้ ในครอบครัวที่มีเด็กอาศัยอยู่ก็จะผูกเชือกที่ตัวขนมมูจีตามจำนวนอายุแล้วแขวนไว้ที่บ้าน หลังจากนั้นก็จะขอพรกับขนมเพื่อไม่ให้มีเรื่องเดือดร้อนเข้ามาย่างกราย

วันที่ 24 เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติ : อูงันบูตูจิ

ในวันนี้ เทพเจ้าแห่งไฟ (ฮินูกัง) จะกลับไปยังสวรรค์ เนื่องจากเป็นวันที่จะต้องกลับไปรายงานต่อเทพเจ้าบนสวรรค์ถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวตลอดทั้งปี ดังนั้นจึงได้แสดงความขอบคุณต่อคำขอพรที่สมหวังในช่วงหนึ่งปีนี้ และขอพรเพื่อไม่ให้มีภัยพิบัติและเรื่องราวร้าย ๆ เกิดขึ้นอีก