Nature

Tradition

เยี่ยมเยือนเซฟาอุตากี เพื่อเข้าถึงวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาว่าให้มากยิ่งขึ้น

อุตากี เป็นคำที่ใช้เรียกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แต่ดั้งเดิมของหมู่เกาะริวกิว เซฟาอุตากีที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะหลักโอกินาว่านั้นถือว่าเป็นสถานที่ที่มี
ความศักดิ์สิทธิ์ที่สุดจากในบรรดาอุตากีทั้งหลายเหล่านั้น เซฟาอุตากียังเป็นสถานที่ที่กษัตริย์และราชินีแห่งริวกิวทรงเสด็จมานมัสการ แต่กลับซ่อนตัวอยู่ในป่าเขียวชอุ่มต่างจากอาสนวิหาร มัสยิด หรือวัดใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียงระดับโลก
สำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว หากได้เยี่ยมชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่รายล้อมด้วยหินปูนริวกิวขนาดใหญ่และแมกไม้
สีเขียวแห่งนี้แล้ว จะช่วยให้เข้าใจถึงวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาว่าได้อย่างลึกซึ้งขึ้นแน่นอน

เซฟาอุตากี เป็นหนึ่งในเก้า “กุสุคุและกลุ่มมรดกที่เกี่ยวข้องของราชอาณาจักรริวกิว” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ ซึ่งยูเนสโก้ได้ระบุเหตุผลในการขึ้นทะเบียนเซฟาอุตากีในฐานะที่เป็นสถานที่ทรงคุณค่าในระดับสากลไว้ว่า “ในภูมิภาคริวกิวนั้น เทศกาลและพิธีกรรมทางศาสนาทั้งหลายซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อในการเคารพธรรมชาติยังคงดำเนินอยู่จวบจนปัจจุบัน สินทรัพย์ได้ถูกใช้งานในจิตวิญญาณและชีวิตประจำวันของประชาชน และยังคงอยู่ในฐานะวัฒนธรรมต่อไป”

อุตากีที่อยู่ในหมู่บ้านนั้นถูกสร้างขึ้นในสถานที่ที่มีหินธรรมชาติและต้นไม้ที่มีมาตั้งแต่ยุคโบราณ
ผู้คนจะวางกระถางธูปไว้โดยเชื่อว่าอุตากีเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเทพเจ้าและบรรพบุรุษจะลงมาเยี่ยมเยียนจากนิไรคะไน (สรวงสวรรค์, ที่อยู่ของเทพเจ้า) จะมีเพียงนักบวชหญิงที่เรียกว่าโนะโระเท่านั้นที่เข้าไปในอุตากีได้ โดยที่นั่นจะมีการสวดภาวนาเพื่อสุขภาพ ความสงบสุข การเดินทางปลอดภัย และการเพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์ด้วย ผู้นำในการบูชาความเชื่ออุตากีของโอกินาว่าจะเป็นผู้หญิงทั้งหมด ต่างจากศาสนาอื่นส่วนใหญ่ของทางตะวันตก

ในฐานะช่างภาพ การได้มาเยือนสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมเช่นนี้ นับเป็นโอกาสที่พิเศษมาก ในครั้งนี้ ผมรู้สึกโชคดีที่ได้ชมเซฟาอุตากีไปพร้อมกับคุณยะบิคุ มัคคุเทศก์ประจำท้องถิ่น เขาเป็นชายวัย 83 ปี ที่ดูเป็นสัญลักษณ์ของความกระปรี้กระเปร่าและการมีอายุยืนยาวของชาวโอกินาว่า แต่ก็ยังเป็นคนที่มีความเกี่ยวข้องกับเซฟาอุตากีแห่งนี้เป็นพิเศษอีกด้วย คุณแม่ของเขาคือโนะโระคนสุดท้าย จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังคงทำหน้าที่ไกด์ท้องถิ่น ถ่ายทอดแลกเปลี่ยนความรักและความรู้เกี่ยวกับเซฟาอุตากีอันศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงได้ถ่ายทอดภาษาญี่ปุ่นและภาษาโอกินาว่าไปยังโรงเรียนในโอกินาว่าและผู้มาเยือนจากทั่วโลก

เขาอธิบายให้ผมฟังว่า บริเวณทางที่นำไปสู่เซฟาอุตากีเป็นสถานที่พิเศษมากเนื่องจาก เป็นที่ซึ่งอะมะมิคิโยะ เทพีแห่งการสรรค์สร้างริวกิวขึ้นฝั่ง พอเดินตามทางไป ก็จะเห็นทะเลทอดยาวอยู่เบื้องหน้า ตรงนั้นเองเราจะมองเห็นเกาะคุดะกะซึ่งเป็นเกาะของเทพเจ้า เล่าขานกันว่าทรายสีขาวศักดิ์สิทธิ์ของเกาะคุดะกะนั้นถูกนำไปยังเซฟาอุตากี เหล่าเทพีจะใช้ทรายสีขาวเหล่านั้นส่องทางในความมืดเพื่อเดินทางไปทำพิธีกรรมในป่าลึก

ก้าวไปสู่หนึ่งในหกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประกอบกันเป็นเซฟาอุตากีที่เรียกว่าอิบิ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์บางแห่งถูกตั้งชื่อตามห้องในปราสาทชูริซึ่งเป็นปราสาทของกษัตริย์ริวกิวเพื่อเน้นย้ำความสัมพันธ์กับราชวงศ์ ในจำนวนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น สถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดซึ่งมีแต่โนะโระที่เข้าได้ คือ สถานที่สำหรับใช้ในการทำพิธีกรรมอย่างพิธีขึ้นตำแหน่งของเทพีสูงสุดคิโคะเอะโอกิมิ

ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ยูอินจิ กระถางธูปหินถูกวางไว้ใต้โขดหินส่วนที่ยื่นออกมาของหินปูนริวกิว คุณยะบิคุชี้ไปที่ขาสามขาตรงก้นกระถางพลางเล่าว่า ที่ต้องมีสามขาเพราะเวลาวางตัวหม้อบนไฟจะช่วยรักษาสมดุลได้ ผมตกใจที่ในกระถางธูปซึ่งใช้บูชาเทพแห่งไฟ (ฮินุคัง) กลับไม่ได้จุดไฟที่ธูปจริงๆ เพราะหน้าที่จุดไฟนั้นเป็นของเทพเจ้าไม่ใช่มนุษย์

สมัยช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โอกินาว่าได้กลายเป็นสมรภูมิรบที่รุนแรงจนถูกเรียกว่า ”พายุเหล็ก” พื้นที่ถูกทำลายเป็นวงกว้าง พื้นที่ทั้งหมดของเซฟาอุตากีก็เหมือนจะได้รับความเสียหายนั้นด้วย โขดหินปูนใหญ่ที่เห็นในปัจจุบันนั้น แท้จริงแล้วเคยใหญ่โตกว่านี้มาก
อย่างไรก็ดี โขดหินศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกโอบล้อมด้วยผืนป่าเชียวชอุ่มอีกครั้งเพื่อช่วยฟื้นฟูความขลังให้กลับคืนมา
คุณยะบิคุชี้ไปที่พืชหลากหลายชนิดเช่น กาจุมารุ ฟุคุงิ อะคะงิ และอธิบายว่าพืชพวกนี้ไม่เพียงแต่ให้ร่มเงาหรือกันลม แต่ยังเป็นพืชที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน นอกจากใช้เป็นสีย้อมสีเหลืองจากฟุคุงิ และสีแดงจากอะคะงิแล้ว ก็ยังใช้เป็นวัสดุมุงหลังคาอีกด้วย

เราได้เดินทางมาถึงที่ซึ่งนำไปสู่ซันงุย สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ลึกที่สุด
เมื่อจ้องมองหินงอกหินย้อยสองอันที่ย้อยลงมาจากหินปูนซึ่งคุณยะบิคุชี้ให้ดู น้ำก็หยดตกลงมาในไหที่วางไว้ด้านล่าง คุณแม่ของเขาเคยเล่าว่าได้ใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์นี้ในพิธีกรรมด้วย
ห่างออกไปไม่กี่เมตรก็มีช่องว่างรูปสามเหลี่ยมที่คั่นด้วยหินปูนริวกิวขนาดใหญ่สองอัน
หากผ่านจุดนี้ไปได้ก็จะถึงซันงุย ซึ่งมีช่องว่างที่เปิดโล่งเหมือนหน้าต่างทางธรรมชาติ ผู้แสวงบุญและผู้มาเยือนสามารถมองเห็นทะเลแนวปะการังและเกาะคุดะกะ
รากต้นไม้ที่พาดผ่านโขดหิน แสงแดดที่สาดส่อง เสียงนกร้อง และเสียงลม
แสดงถึงความเคารพต่อธรรมชาติ
สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ได้รับการเคารพจากบรรพบุรุษ นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ที่ควรค่าแก่การนับถือสำหรับผู้สืบทอดประเพณีและจิตวิญญาณของอาณาจักรริวกิวอย่างคุณยะบิคุ
รวมทั้งคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจจะปกป้องสิ่งนี้ต่อไปด้วย

สิ่งที่อยากให้ช่วยกันรักษาเมื่อไปเยือนเซฟาอุตากี
แม้จะอยู่กลางแจ้งแต่จงอย่าลืมว่าเป็นสถานที่บูชาอันศักดิ์สิทธิ์ กรุณาเดินอย่างช้าๆ ห้ามวิ่ง
พูดคุยด้วยเสียงเบาไม่ส่งเสียงดัง เดินตามทาง ไม่ปีนโขดหิน ไม่ยืนบนกระถางธูป
และเคารพวัฒนธรรมท้องถิ่นเช่นเดียวกับการไปสักการะวัด ศาลเจ้า โบสถ์ มัสยิด หรือธรรมศาลาอื่นๆ

โพสต์เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2020
โดย คริสต์ วิลสัน
คริสต์ วิลสันเป็นช่างภาพ ช่างภาพวิดีโอและนักเขียนการท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ในโอกินาวาเป็นเวลา 20 ปี

ลิ้งก์เว็บไซต์ที่เป็นประโยชน์

Sefa-utaki *ภาษาอังกฤษ

ลิ้งก์ที่เกี่ยวข้อง
ทางตอนใต้ของเกาะหลักจังหวัดโอกินาวา
ทางตอนใต้ของเกาะหลักโอกินาวา มีความเป็นมาทียาวนานตั้งแต่ยุคตำนานเทพเจ้าริวกิวจนถึงปัจจุบัน เซฟาอูตากิและเกาะคุดากะถือกำเนิดจากตำนานเทพเจ้าริวกิวถูกเคารพบูชาในฐานะดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และสามารถชมสถานที่ท่องเที่ยวทางปราสาทได้ที่ปราสาท...
9. เซะฟะอุทะกิ
อุทะกิ คือ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์และยังเป็นสถานที่สวดมนต์ด้วย เซะฟะอุทากิคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันดับต้น ๆ ในอาณาจักรริวกิว ซึ่งไม่มีโครงสร้างจากการสังเคราะห์ใด ๆ มีเพียงไม้หนาและหินเปลือยซึ่งได้รับการชื่นชมว่าเป็นวัตถุที่พระเจ้าเป็น...
บันทึกการเดินทางบนเกาะคุเมะ ~ การเดินทางแห่งการเยียวยาและผ่อนคลาย
เกาะคุเมะถูกเรียกว่า "คุมิโนะชิมะ" ที่มีความหมายว่า "เกาะที่สวยที่สุดในบรรดาเกาะแห่งริวกิว" เป็นเรื่องยากที่ในพื้นที่หมู่เกาะจะอุดมไปด้วยน้ำผุดมาตั้งแต่สมัยโบราณ ลำธารบนเกาะคุเมะได้รับการขึ้นทะเบียนในอนุสัญญาแรมซาร์เพื่อปกป้องพื้น...

CATEGORY