Tradition

คาราเต้ สะพานสู่โลกของโอกินาว่า

ในวันนั้น สิ่งที่ผมซึ่งยืนอยู่ริมถนนโคคุไซที่คึกคักที่สุดในเมืองนาฮะซึ่งมีร้านค้าเรียงรายหนาแน่นก็คือ เหล่านักคาราเต้ที่ห่อหุ้มร่างกายด้วยชุดคาราเต้สีขาวแสดงท่าทางการเคลื่อนไหวที่พริ้วไหวและแม่นยำ เรียงรายกันเป็นแถวยาวหลายร้อยเมตร การได้อยู่ที่นาฮะใน “วันคาราเต้” จึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับตัวผมที่รักศิลปะการต่อสู้ เลยตัดสินใจมาชมการแสดงอันยอดเยี่ยมของคาราเต้ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

ในวันคาราเต้ ซึ่งตรงกับวันที่ 25 ตุลาคมของทุกปี จะมีนักคาราเต้นับหลายพันคนจากทั่วประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลกเดินทางมายังโอกินาว่า โดยในปีนี้ได้มีการแสดงการต่อสู้คาราเต้ที่เรียกได้ว่าเป็นศิลปะบนถนนโคคุไซแห่งนี้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นงานใหญ่ขนาดนี้ ผู้เข้าร่วมงานมีประมาณ 2,000 คน ผมประหลาดใจกับความหลากหลายของผู้เข้าร่วมงาน ไม่เพียงแค่อายุ แต่ยังได้ยินภาษาของประเทศต่างๆ มากมาย ทำให้ได้รู้ซึ้งว่า “เทศกาลงานแสดงที่ระลึกวันคาราเต้” นั้น เป็นงานระดับนานาชาติอย่างแท้จริง คาราเต้เป็นวัฒนธรรมของโอกินาว่าที่ทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดี และนั่นยังเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลนี้อีกด้วย

ทันทีที่คะตะ (การแสดงท่วงท่าตามลำดับที่กำหนดเทคนิคแต่ละชนิดไว้) เริ่มขึ้น จะสังเกตได้ว่า ในขณะที่มีความหลากหลายต่างๆ อย่างชัดเจน ผู้เข้าร่วมงานนับหลายพันคนต่างก็เคลื่อนไหวไปด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ พอได้ชมการเคลื่อนไหวอย่างแข็งแรงของพวกเขาที่ส่งเสียงดังและเหยียบแรงไปบนพื้นดินอย่างพร้อมเพรียงก็อาจจะทำให้รู้สึกน่าเกรงขาม แต่ความรู้สึกตึงเครียดนั้นเรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของศิลปะการต่อสู้ ภายในงานนั้น ไม่ว่าจะไปทางไหน เหล่านักคาราเต้ร่วมอุดมการณ์ก็จะทักทายกันและเป็นเพื่อนกันได้ทันทีผ่านอุดมการณ์ที่มีอยู่ร่วมกัน อีกทั้งยังชื่นชมซึ่งกันและกันจนกระทั่งถึงตาของตนเอง ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจมาก ทุกครั้งที่หมัดและเท้าของพวกเขาทะลุขึ้นฟ้า ผมรู้สึกได้ว่ามันเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นหนึ่งเดียวและมิตรภาพ

เยือนโอกินาว่าคาราเต้ไคคัง บ้านของคาราเต้

ตัวผมที่มีความสนใจในคาราเต้อย่างมากนั้นได้นั่งรถบัสออกเดินทางไปยังโอกินาว่าคาราเต้ไคคังในเมืองโทมิกุสุคุที่อยู่ถัดจากเมืองนาฮะ สิ่งที่ควรกล่าวถึงมากที่สุดจากจำนวนอาคารสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดก็คือ “ชุเรโนะยะกะตะ” โดโจพิเศษที่ทำจากไม้แบบดั้งเดิมที่เปี่ยมไปด้วยความสะอาด โดโจสีแดงสดเตะตาตั้งอยู่ในทำเลดีเยี่ยมที่สามารถมองเห็นเมืองนาฮะและบริเวณข้างเคียงได้ นอกจากนี้ยังใช้เป็นเวทีแสดงศิลปะการต่อสู้โดยผู้ถือครอง “โอกินาว่าคาราเต้ ศิลปะการต่อสู้โบราณ” ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของจังหวัดโอกินาว่าในวันคาราเต้อีกด้วย ไม่เพียงแค่โดโจหรือสถานที่ฝึกซ้อมเท่านั้น ที่นี่ยังมีร้านขายสินค้าที่ระลึกของคาราเต้ไคคังและร้านอาหารไว้ให้บริการ เหนือสิ่งอื่นใด อีกที่ที่ควรไปเยี่ยมชมก็คือห้องเอกสารที่คุณสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับรากฐานและปรัชญาของคาราเต้ได้อย่างรวดเร็ว

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าคาราเต้ถือกำเนิดจากโอกินาว่า แต่หอเอกสารจะทำให้ความเข้าใจนั้นลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่สมัยราชอาณาจักรริวกิว โอกินาว่าได้สร้างวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนกับประเทศรอบข้างโดยเฉพาะจีน ผ่านความรู้ การค้า และการแลกเปลี่ยน โดยผสมผสานองค์ประกอบของภูมิหลังพื้นถิ่นกับส่วนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ถูกหล่อหลอมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันและมีการปรับให้เข้ากันท่ามกลางภูมิหลังทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจนคาราเต้ได้ถือกำเนิดขึ้นมา มันไม่ได้เป็นศิลปะการต่อสู้ธรรมดา แต่หากเป็นศิลปะการต่อสู้ที่ผ่านการฝึกอย่างหนักหน่วงโดยสร้างร่างกายที่แข็งแกร่งและจิตใจที่เข้มแข็ง ในขณะเดียวกันศิลปะการต่อสู้นี้ก็ได้รับการสืบทอดต่อกันมาโดยช่วยสร้างบุคลิกภาพให้เป็นคนที่รักสันติภาพและให้ความสำคัญต่อมารยาททางสังคม ไม่เฉพาะแค่คาราเต้เท่านั้น ผมเองก็อยากจะเขียนถึงริวกิวโคบุโดด้วยครับ

แม้กระทั่งการแสดงในเทศกาลศิลปะการต่อสู้ที่ถนนโคคุไซซึ่งได้กล่าวไปข้างต้นนั้น ไซ (อาวุธปลายแหลมสามแฉก) ไม้กระบองยาว รวมทั้งกระบองสองท่อน เคียวแหลมที่ทำจากเหล็ก หรือแม้แต่ของใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไม้พาย ก็ถูกนำมาใช้เป็นอาวุธ คุณจะได้เข้าถึงความลึกซึ้งของริวกิวโคบุโดที่มีการเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานและท่วงท่าที่หลากหลายเช่นเดียวกับคาราเต้แน่นอน

จากนักรบในสมัยราชอาณาจักรริวกิวสู่ประชาชนทั่วไป และแพร่ขยายออกไปทั่วโลก จึงอาจกล่าวได้ว่าคาราเต้เป็นประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของโอกินาว่า พอมาในยุคปัจจุบัน เมื่อคาราเต้ได้ก้าวจากโอกินาว่าซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งของญี่ปุ่นสู่หมู่เกาะญี่ปุ่นแผ่นดินใหญ่ จึงเป็นจุดผลักดันให้คาราเต้ได้รับการจัดให้เป็นศิลปะการต่อสู้ในจังหวัดโอกินาว่า พอคาราเต้ได้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปสู่ฮาวายโดยผู้อพยพจากโอกินาว่า พร้อมๆ กับที่หลายๆ สำนักได้ก่อตัวขึ้น จำนวนนักคาราเต้จึงเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ทหารอเมริกันซึ่งอาศัยอยู่ในโอกินาว่าช่วงหลังสมัยสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อได้กลับประเทศ ก็ได้เกิดความหลงใหลในคาราเต้ จนทำให้คลื่นความเป็นสากลได้หลั่งไหลเข้ามา

ในปัจจุบันมีผู้เล่นคาราเต้ประมาณ 130 ล้านคนใน 194 ประเทศ หากศึกษาในเรื่องนี้มากขึ้นก็จะยิ่งมองเห็นคาราเต้ในอีกมุมที่ไม่ใช่การต่อสู้ การฝึกฝนอย่างเข้มงวดไม่เพียงแค่ขัดเกลาจิตใจและร่างกาย แต่ยังเป็นช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพและความมั่นใจภายในด้วย เรียกได้ว่าเป็นเหตุผลที่โอกินาว่าคาราเต้และริวกิวโคบุโดเป็นที่ชื่นชอบไปทั่วโลก

โซเชียลฮับศิลปะการต่อสู้ของโอกินาว่า

ภาพโดย คริสต์ วิลสัน

หากเดินทางมาโอกินาว่าเพราะคำว่าคาราเต้แล้วล่ะก็ เรามีที่ที่อยากให้คุณไปเยือน คือ “โดโจบาร์” ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่ที่เหล่าแฟนผู้ชื่นชอบศิลปะการต่อสู้มารวมตัวกัน ไม่เฉพาะแค่คาราเต้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงริวกิวโคบุโดและนักต่อสู้ทั้งหมด ถึงจะบอกว่าเป็นบาร์แต่ก็ไม่ใช่บาร์ธรรมดา เมื่อเปิดประตูเข้าไปสิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าคือกำแพงที่นักต่อสู้จากทุกมุมโลกมาเขียนข้อความและเซ็นชื่อไว้ และยังมีรูปอาวุธ เช่น ไซ ไม้ศอกสั้น และรูปนักคาราเต้ที่มีชื่อเสียงด้วย แม้จะไม่ใช่แฟนของศิลปะการต่อสู้ก็สามารถรับรู้ถึงความรักที่มีต่อคาราเต้ ความหลงใหลได้พรั่งพรูอยู่ในชีวิตของพวกเขาแบบไหนกันนั้น เพียงแค่ได้จินตนาการก็เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขแล้ว

ที่นี่เป็นสถานที่แนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจคาราเต้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพราะจะได้เจอกลุ่มผู้รักในคาราเต้จากสำนักต่างๆ ที่เดินทางมาฝึกฝนที่โอกินาว่าอยู่บ่อยๆ ในจำนวนนั้น มีผู้เดินทางมาพำนักอยู่ญี่ปุ่นแบบระยะยาว และได้แวะเวียนไปเคารพสักการะรากฐานของคุณค่าที่สำคัญในชีวิตประจำวันของชาวโอกินาว่า แม้กระทั่งผู้ที่มาร่วมทัวร์ชมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของโอกินาว่าพร้อมกับฝึกฝนและเยี่ยมเยือนโดโจของสำนักต่างๆ เราจะได้เพลิดเพลินไปกับการท่องเที่ยวในเชิงวิถีการต่อสู้เหล่านี้อย่างเต็มอิ่ม แม้แต่คนที่มีความรู้เกี่ยวกับคาราเต้แค่ระดับรู้จักจากในภาพยนตร์อย่างผม พวกเขาก็เปิดโอกาสให้มาสัมผัสกับเสน่ห์ที่แท้จริงของคาราเต้และยื่นโอกาสในการพบปะผู้คน ทำให้สามารถมาเยือนที่นี่ได้อย่างสบายใจ

หากได้จดจ่ออยู่กับเสน่ห์ของโอกินาว่าคาราเต้และริวกิวโคบุโดแม้เพียงเล็กน้อย คุณจะสังเกตได้ว่าศิลปะการต่อสู้นี้มีอิทธิพลต่อผู้คนอย่างลึกซึ้งและมีบทบาทสำคัญเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของพวกเขา เหนือสิ่งอื่นใด คาราเต้เป็นหนึ่งในมรดกที่สำคัญที่สุดสิ่งหนึ่งของราชอาณาจักรริวกิว ทำให้วัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับความกลมกลืน การเปิดกว้าง การให้การต้อนรับ และความสัมพันธ์ที่สงบสุขเป็นรูปเป็นร่าง ผมรู้สึกอิจฉาที่ไม่ว่าเหล่าผู้รักคาราเต้จะอยู่ที่ไหนพวกเขาก็สามารถใช้ชีวิตโดยสัมผัสถึงส่วนหนึ่งของโอกินาว่าได้เสมอและเชื่อมต่อกันทั่วโลกได้ด้วยความรู้สึกนั้น คาราเต้จึงเป็นสะพานเชื่อมโลกกับโอกินาว่าเอาไว้นั่นเองครับ

โพสต์เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ค.ศ.2019
โดย สตีฟ จาร์วิส

สตีฟ จาร์วิสเดินทางและใช้ชีวิตอาศัยในที่ต่าง ๆ ของญี่ปุ่นเป็นเวลานานหลายปี โดยไม่นานมานี้ก็เพิ่งย้ายมาอาศัยในโอกินาว่า

ลิ้งก์เว็บไซต์ที่เป็นประโยชน์

Karate Kaikan *ภาษาอังกฤษ

Okinawa Karate Information Center *ภาษาอังกฤษ

Okinawa Karate International Seminar *ภาษาอังกฤษ

Dojo Bar *ภาษาอังกฤษ

 

[ รูปแบบทัวร์คาราเต้ ]

Challenge Okinawa! *ภาษาอังกฤษ

Visit Karate Okinawa

*ภาษาอังกฤษ

Related Contents
คาราเต้
...
【Blog】โอกินาวา คาราเต้ ไคคัง
...
Okinawa Karate International Seminar
2020/1/21-2020/1/26 กิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นระยะเวลา 6 วัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เหล่านักคาราเต้จากประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้สัมผัสหัวใจสำคัญของศิลปะการต่อสู้แบบโบราณอย่างคาราเต้ดั้งเดิมของโอกินาวา อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาทักษะและขัดเกลาจ...

CATEGORY