Nature

Cuisine

Relaxation

บันทึกการเดินทางบนเกาะคุเมะ ~ การเดินทางแห่งการเยียวยาและผ่อนคลาย

เกาะคุเมะถูกเรียกว่า “คุมิโนะชิมะ” ที่มีความหมายว่า “เกาะที่สวยที่สุดในบรรดาเกาะแห่งริวกิว” เป็นเรื่องยากที่ในพื้นที่หมู่เกาะจะอุดมไปด้วยน้ำผุดมาตั้งแต่สมัยโบราณ ลำธารบนเกาะคุเมะได้รับการขึ้นทะเบียนในอนุสัญญาแรมซาร์เพื่อปกป้องพื้นที่ชุ่มน้ำที่สำคัญในระดับสากล ซึ่งธรรมชาติที่สมบูรณ์เหล่านั้นได้หล่อเลี้ยงภูมิประเทศอันสงบของเกาะ ไม่กี่ปีมานี้ได้มีการนำเสนอให้เห็นถึงมนต์เสน่ห์ของเกาะที่ถูกเชื่อมโยงกับการเยียวยาและความงามของน้ำทะเลลึกอันเป็นทรัพยากรใหม่อีกครั้งและกำลังเป็นที่น่าสนใจอยู่ในขณะนี้ นอกจากทะเลที่สามารถไปสัมผัสประสบการณ์การขี่ม้าที่บริเวณชายหาดและที่ฮาเตะโนะฮามะแล้ว มาลองเที่ยวที่เกาะคุเมะซึ่งสามารถเติมเต็มการเยียวยาและผ่อนคลายได้ ทั้งการได้เดินเที่ยวชมทัศนียภาพอันงดงามของเกาะอันอุดมสมบูรณ์ เดินป่าเพื่อสูดกลิ่นไอธรรมชาติ และลองทอผ้าคุเมะจิมะสึมุกิ เอาล่ะค่ะ มาออกไปเที่ยวที่เกาะคุเมะกันเถอะ

DAY 1: เวลาแห่งการถูกเยียวยา สัมผัสใกล้ชิดกับผู้คนและอาหาร

เกาะคุเมะเป็นหนึ่งในเกาะบริวารที่เมื่อเปรียบเทียบแล้วสามารถเดินทางไปได้ง่ายจากเมืองนาฮะ เนื่องจากสามารถเดินทางโดยเครื่องบินใช้เวลาประมาณ 30 นาที และโดยเรือเฟอร์รี่ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง จากเมืองนาฮะ ขาไปจึงสามารถเดินทางทางทะเลได้อย่างสบายๆ และขากลับก็กลับทางอากาศ หากสามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแผนการเดินทางและงบประมาณได้ก็ยินดีเป็นอย่างมาก เริ่มบินตรงสู่เกาะคุเมะด้วยเที่ยวบินแรกในตอนเช้า เช่ารถจากสนามบินและมุ่งหน้าไปยัง “สถานพัฒนาน้ำทะเลลึกเกาะคุเมะ (Kumejima Kaiyoushinsousui Kaihatsu)” ที่นี่สามารถสัมผัสประสบการณ์เก็บสาหร่ายพวงองุ่นหรืออุมิบุโด (เกาะคุเมะมีปริมาณการผลิตมากที่สุดในญี่ปุ่น) ที่ถูกเรียกว่า “อัญมณีแห่งท้องทะเล” หรือ “green caviar”

น้ำทะเลลึกเป็นน้ำทะเลที่อยู่ในความลึกใต้ผิวน้ำมากกว่า 200 เมตร โดยอุณหภูมิของน้ำแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงตลอดทั้งปี และแสงอาทิตย์ส่องไปถึงได้ยาก เนื่องจากคุณภาพน้ำที่คงที่จึงอุดมด้วยแร่ธาตุมากมาย และแทบจะไม่มีอินทรียวัตถุ แบคทีเรีย หรือฮอร์โมนสิ่งแวดล้อมที่จะลดคุณภาพของน้ำ ทำให้กำลังเป็นที่สนใจในฐานะทรัพยากรใหม่ของการรีไซเคิลที่มีความเป็นไปได้หลากหลาย สถานที่เพาะสาหร่ายพวงองุ่นหรืออุมิบุโดก็ใช้น้ำทะเลลึกนี้เช่นกัน สาหร่ายพวงองุ่นเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสาหร่ายทะเล เนื้อสัมผัสของสาหร่ายจะเป็นเม็ดเล็กๆ มีรสเค็มเล็กน้อย ให้ความรู้สึกเหมือนได้รับสิ่งที่อุดมในทะเลโดยตรง ว่ากันว่าน้ำที่อยู่ในสาหร่ายเป็นแหล่งโภชนาการค่ะ

หลังจากประทับใจกับความสดของสาหร่ายพวงองุ่นที่เพิ่งเก็บมาใหม่ๆ แล้ว ก็เดินทางต่อไปยังซากปราสาทอุเอะกุสุคุ เพื่อหายใจเข้าลึกๆ ในสถานที่ที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพทั้งหมดของเกาะคุเมะที่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 310 เมตร เป็นความสุขที่ได้เพลิดเพลินกับการเดินทางพร้อมกับได้นึกถึงว่าคนสมัยก่อนสามารถแบกหินขึ้นมาสร้างปราสาทในความสูงระดับนี้ได้อย่างไร

เมื่อเข้าสู่เวลาเที่ยง ก็เดินทางไปยังร้านยุคุอิโดโคโระวาชิมะ (Yukui Dokoro Washima) เพื่อทานโซบะที่ใช้กุ้งคุรุมะผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของเกาะคุเมะในปริมาณที่พอเหมาะ “คุรุมะเอบิโซบะ” เมนูแนะนำของร้านกำลังได้รับความนิยม โดยได้รับรางวัลใหญ่ในการแข่งขันระดับโลกงาน “UNDISCOVERED GEMS OF JAPAN” ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อปี ค.ศ.2019 ชิ้นกุ้งคุรุมะดุจอัญมณีที่เปล่งประกายถูกตกแต่งลงบนซุปที่เคี่ยวจนได้รสชาติเข้มข้นของกุ้งคุรุมะ และที่น่ากล่าวถึงเป็นพิเศษก็คือแนวคิด zero waste ของเจ้าของร้าน ส่วนหัวและหางของกุ้งคุรุมะมักจะถูกกำจัดเป็นเศษอาหาร แต่คุณชิมะบุคุโระเจ้าของร้านได้ซื้อมาจากภายในเกาะแล้วนำมาใช้ทำเป็นน้ำซุป นอกจากจะได้เข้าใจในรสชาติของน้ำซุปที่เข้มข้นและนุ่มลึกแล้ว ก็ยังได้รู้สึกร่วมกับแนวคิดการผลิตในท้องถิ่นเพื่อการบริโภคในท้องถิ่นอีกด้วยค่ะ

เมื่อได้มายังเกาะคุเมะแล้ว ก็อยากจะไปเยี่ยมชมสถานที่ขึ้นชื่อที่ต้องไปให้ได้อย่าง “หาดฮาเตะโนะฮามะ” แม้จะมีทัวร์ต่างๆ ที่สามารถไปยังหาดฮาเตะโนะฮามะได้ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น แต่ครั้งนี้ได้เลือกแพลนตอนเย็นเพื่อชมพระอาทิตย์ตกอันงดงาม เป็นความรู้สึกที่สดชื่นเมื่อได้วิ่งอยู่เหนือทะเลพร้อมกับชมพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวลงอย่างช้าๆ เมื่อเวลาผ่านไป สีของท้องฟ้าและทะเลค่อยๆ เปลี่ยนแปลง ก็จะได้เห็นสิ่งที่สวยงามในชั่วขณะหนึ่ง ขณะที่ได้รับลมทะเลก็ได้มุ่งหน้าไปยังหาดฮาเตะโนะฮามะ หาดฮาเตะโนะฮามะเป็นพื้นที่ทรายที่เกิดจากน้ำขึ้นน้ำลงกระทบฝั่ง และเป็นหาดพิศวงที่รูปร่างเปลี่ยนแปลงได้จากพายุและน้ำขึ้นน้ำลง เมื่อเดินทางมาถึงและลงจากเรือด้วยเท้าเปล่าลงไปยังชายหาด พื้นทรายที่ราบเรียบ และความรู้สึกสบายเมื่อสัมผัสน้ำทะเล ร่างกายก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาในทันที ขณะที่กำลังเดินเล่นแบบชิลๆ บนหาดฮาเตะโนะฮามะก็ได้ดื่มด่ำกับพระอาทิตย์ยามเย็นที่กำลังเคลื่อนตัวลง ทำให้รู้สึกเคลิ้มไปกับชั่วโมงอันมหัศจรรย์ที่ได้ยินเพียงแค่เสียงจากคลื่นกระทบฝั่ง เสียงจากสายลม และ ลมหายใจของตัวเองเท่านั้น

หลังจากที่ได้ชมพระอาทิตย์ตกที่หาดฮาเตโนะฮามะเป็นเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ไปลิ้มลองผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของเกาะคุเมะที่ร้านอิซากายะท้องถิ่น สาหร่ายพวงองุ่นและกุ้งคุรุมะที่เคยทานแล้วก็ได้มีการเปรียบเทียบรสชาติด้วยการสั่งอาหารเมนูที่มีวิธีการปรุงต่างกัน “ไก่แดงแห่งเกาะคุเมะ” หรือ “คุเมะจิมะอากะโดริ” แบรนด์ไก่ขึ้นชื่อของเกาะคุเมะ มีเนื้อที่นุ่มฉ่ำทานเพลินคู่กับเหล้าอาวาโมริ เกาะคุเมะมีโรงกลั่นเหล้าอาวาโมริ 2 แห่งคือ Ryukyu Awamori Kumejima’s Kumesen และ Yoneshima Distillery จะดื่มเหล้าอาวาโมริจากทั้ง 2 โรงผลิตมาเปรียบเทียบกันให้เคลิ้มและผ่อนคลายก็ได้ เอกลักษณ์ของร้านอิซากายะคือการได้สัมผัสกับผู้คนท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่ช่วยหลอมละลายหัวใจอีกด้วย ฟังเสียงของซันชิน ปรบมือตามจังหวะ และเต้นระบำคะจาชีให้ค่ำคืนแรกได้ดำเนินต่อไป

DAY 2: ค่อยๆ ใช้เวลาอันแสนสบายไปกับม้าและท้องทะเล พร้อมสัมผัสงานหัตถกรรมท้องถิ่น

ในขณะที่สูดอากาศสดชื่นในยามเช้า จะไปเดินบนหาดอีฟบีชซึ่งได้รับเลือกให้เป็น “1 ใน 100 ชายหาดของญี่ปุ่น” ก็ได้ หรือจะเลือกเป็น “Beach Ride” ที่ขี่ม้าเดินบนชายหาดก็ดีนะคะ บนเกาะคุเมะมีม้าพื้นเมืองและม้าโยนากุนิ ที่ฟาร์มเลี้ยงม้าคุเมะจิมะ (Kumejima Uma Bokujou) มีกิจกรรมเล่นกับม้าทั้งในทะเลและป่าไม้ การเดินไปตามริมทะเลพร้อมกับม้าในขณะที่รับลมทะเลสบายๆ นับเป็นช่วงเวลาที่ได้สดชื่นเป็นพิเศษ การได้สัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์และการได้พูดคุยกับสตาฟ ก็เป็นช่วงเวลาแห่งการเยียวยาของกิจกรรมสุดพิเศษค่ะ

บนเกาะคุเมะมี “ผ้าทอคุเมะจิมะสึมุกิ” เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของโอกินาว่าและถูกรับรองให้เป็นงานหัตถกรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นอีกด้วย มีประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ที่สุดในฐานะเครื่องบรรณาการในสมัยราชอาณาจักรริวกิว นอกจากจะสามารถทัศนศึกษาชมการทอผ้าของเหล่าช่างทอผ้าที่กำลังทำหน้าที่ของตนอยู่ใน Kumejima Tsumugi Yuima-ru Kan แล้ว ก็ยังสามารถทดลองประสบการณ์การทอผ้าได้อีกด้วย นับเป็นช่วงเวลาอันแสนเพลิดเพลินกับงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่ปั่นด้ายแห่งประวัติศาสตร์ไปตลอดกาล มาทำที่รองแก้วคุเมะจิมะสึมุกิเพียงหนึ่งเดียวในโลกสำหรับคุณเท่านั้นไปพร้อมกับรับคำชี้แนะกันนะคะ

หลังจากได้เพลิดเพลินกับ 2 กิจกรรมแล้ว ก็ไปต่อกันที่ร้าน “ยังกวา (Yan-gwa)” ร้านอันดับ 1 จาก “10 ร้านโอกินาว่าโซบะยอดนิยม” โดยเว็บไซต์ Tripadvisor ประจำปี ค.ศ.2015 เมนูแนะนำคือ “ชิมะมิโสะโมยาชิโซบะ (Shima Miso Moyashi Soba)” ที่ใช้ถั่วงอกโซะเคย์ที่ปลูกบนเกาะมาเป็นวัตถุดิบ ส่วนน้ำซุปก็ใช้คุเมะจิมะมิโสะเป็นส่วนผสมหลัก มีผู้คนมากมายที่หลงเสน่ห์ความหวานอร่อยอันกลมกล่อมนี้ ในทุกๆ วันร้านจะปิดทันทีหลังขายหมด ยิ่งไปกว่านั้นเวลาทำการของร้านจะมีเพียงแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น คือตั้งแต่เวลาเที่ยงถึงบ่าย 3 โมง จึงขอให้ระมัดระวังด้วยนะคะ การได้ทานโอกินาว่าโซบะอย่างเพลิดเพลินพร้อมกับผ่อนคลายในห้องเสื่อทาทามิในบ้านโบราณนั้นเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมสุดๆ และจะต้องเป็นประสบการณ์มื้ออาหารสุดพิเศษอย่างแน่นอนค่ะ

เมื่อขับรถไปรอบๆ เกาะ ก็จะพบป้ายบอกทางไปยังสถานที่ที่มีทิวทัศน์งดงาม ได้แก่ “ทาชิจามิ” และ “มีฟุกา” ไม่ว่าจะเลือกไปแวะชมที่ใดก็จะถูกความงดงามตระการตาที่ธรรมชาติถักทอสะกดเอาไว้ เป็นช่วงเวลาแห่งความสดชื่นที่อยากให้มาแวะชมโดยไม่ลังเลเลยล่ะค่ะ นอกจากนี้ หากนึกถึงช่วงเวลาเดินป่าภายในป่าอันอุดมสมบูรณ์บนเกาะคุเมะไปพร้อมกับการเดินป่าเพื่อการเยียวยา อยากให้นึกถึงป่านิบุจิโนะโมริที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในอนุสัญญาแรมซาร์แห่งนี้กันค่ะ

DAY 3: ความลึกลับของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ การเยียวยาด้วยน้ำทะเลลึก

หนึ่งในสถานที่อันน่าพิศวงที่สุดจากในบรรดาสถานที่ทั้งหมดของเกาะคุเมะ นั่นก็คือหินเสื่อทาทามิ (ทาทามิ อิชิ) อนุสาวรีย์ทางธรรมชาติที่ถูกกำหนดโดยจังหวัดโอกินาว่า หินรูปทรงประหลาดที่เห็นได้แค่เพียงตอนน้ำลงนั้นถูกเรียกว่า หินกระดองเต่า (คาเมะโกอิวะ) มีรูปร่างลักษณะเป็น 5 เหลี่ยม หรือ 6 เหลี่ยม เป็นหินรอยแตกที่เกิดจากลาวาปะทุแล้วแข็งตัวเมื่อเย็นลงเมื่อ 12 ล้านปีก่อน เมื่อหลายเดือนปีผ่านพ้นไป พื้นผิวก็ถูกคลื่นกัดเซาะจนรูปร่างมีลักษณะแบนราบในปัจจุบันค่ะ

ใกล้กับหินเสื่อทาทามิ มี Bade Haus Kume Island สถานที่ที่ได้รวมน้ำทะเลลึกและวิธีการบำบัดด้วยน้ำร้อนแบบเยอรมันดั้งเดิม (Bade) ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน น้ำทะเลอุดมด้วยแร่ธาตุมากมาย มีประสิทธิภาพในการบำบัดโดยใช้น้ำทะเล (Thalassotherapy) การรักษาโรคภูมิแพ้ เช่น โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังหรือแพ้เกสรดอกไม้ และการฟื้นฟูความสามารถด้านกีฬา จึงมีผู้สูงอายุบนเกาะและนักกีฬามากันเป็นจำนวนมาก ในความเป็นจริงแล้ว หลังจากที่แช่ตัวในอ่างอาบน้ำได้สักพัก ผิวพรรณก็ดูเหมือนจะนุ่มลื่นขึ้น นอกจากนี้ เพราะลอยตัวได้ง่ายจึงรู้สึกได้ว่ามีผลต่อการผ่อนคลายเป็นอย่างมากค่ะ

ที่ Bade Haus Kume Island หากทำการจองล่วงหน้าก็สามารถลองประสบการณ์ WATSU ได้ คำว่า WATSU เป็นคำย่อของ Water Shiatsu (การกดจุดในน้ำ) เป็นเทคนิคการกดจุดที่ครูผู้สอนจะปล่อยให้ร่างกายลอยไปมาในขณะที่ได้รับการกดนวด ร่างกายจะแกว่งไปมาซ้ายขวาในน้ำ รู้สึกได้ถึงการจัดระเบียบแกนร่างกาย ได้ยินเสียงของน้ำและลมหายใจของตัวเอง มีบรรยากาศราวกับกำลังนั่งสมาธิหรือล่องลอยอยู่ในอวกาศ ให้ร่างกายได้ผ่อนคลายราวกับเป็นแมงกะพรุนในโหมดผ่อนคลาย เนื่องจาก WATSU มีผลดีต่ออาการปวดเรื้อรัง เช่น โรคไขข้อ มีผลต่อการจัดระเบียบโครงกระดูกของร่างกายทั้งหมด ช่วยบรรเทาความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และช่วยให้หายใจลึกๆ ได้คล่องขึ้น กล่าวได้ว่ามีประสิทธิภาพสำหรับการผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ จึงนับเป็นกิจกรรมที่เหมาะสำหรับการเดินทางแห่งการเยียวยาบนเกาะคุเมะ วันนี้ได้ขอเป็นช่วงเวลาในตอนกลางวัน แต่ในยามค่ำคืนอาจจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเยียวยาก็ได้นะคะ
 
นอกจากนี้ ในส่วนประกอบของน้ำทะเลลึกมีผลต่อความสวยความงาม จึงมีผลิตภัณฑ์มากมายถูกผลิตขึ้นมา หากมีความสนใจเกี่ยวกับความงาม การมาเยี่ยมชม POINT PYURU ผู้ผลิตเพียงหนึ่งเดียวที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามผสมกับน้ำทะเลลึกออกมาเป็นจำนวนมากก็เป็นความคิดที่ดีค่ะ นอกจากนี้การมีพื้นที่ร้านค้าให้ได้ลองหาผลิตภัณฑ์ที่เข้ากับผิวของตัวเองจากผลิตภัณฑ์ทดลองก็ดีเหมือนกันนะคะ

หลังจากได้รับการเยียวยาทั้งกายและใจด้วยน้ำทะเลลึกแล้ว ก็ไปต่อกันที่บ้านพักตระกูลอุเอสุอันเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมสำคัญที่ถูกแต่งตั้งในระดับประเทศ เจ้าของบ้านหลังนี้บอกว่า บ้านหลังนี้ถูกสร้างมานานและมีอายุถึง 245 ปี ใช้ไม้และหินที่เป็นวัสดุบนเกาะทั้งหมดในการสร้าง นอกจากนี้ คำสอนของตระกูลอุเอสุก็ได้กล่าวถึงความสำคัญของการมีชีวิตด้วยจิตใจที่อ่อนโยน และยังคงรักษาไว้สืบมา เรื่องราวของบ้านหลังนี้ที่ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบันจึงเป็นที่น่าประทับใจ การที่ได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ที่เกาะคุเมะเป็นการเดินทางที่ไม่เหมือนใครจริงๆ ค่ะ

เวลาที่เดินไปอย่างเชื่องช้าบนเกาะคุเมะกับกิจกรรมและปัจจัยมากมายที่ทำให้เยียวยาและผ่อนคลายได้อย่างลงตัว อยากให้คุณได้ลองแวะมาเที่ยวเกาะคุเมะที่จะได้สนุกสนานไปกับย่างก้าวของคุณเอง ซึ่งเดินทางมาได้ง่ายๆ จากเมืองนาฮะ และอยากให้ได้รับความเพลิดเพลินอย่างเต็มอิ่มไปกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของเกาะแห่งนี้กันค่ะ

โพสต์เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2020
โดย คิมเบอรี่ รูมันด์
เกี่ยวกับผู้เขียน : นักวิจัยระดับปริญญาเอกของสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโอกินาว่า (Okinawa Institute of Science and Technology Graduate University) เป็นชาวสวิส

ลิ้งก์เว็บไซต์ที่เป็นประโยชน์

เกี่ยวกับการเก็บสาหร่ายพวงองุ่นได้ที่นี่ KUME ISLAND TOWN GUIDE 2018 [ PDF:4.7MB ] *ภาษาอังกฤษ

Washima

Discover Kumejima *ภาษาญี่ปุ่นเ/ภาษาอังกฤษ

เกี่ยวกับฟาร์มเลี้ยงม้าคุเมะจิมะได้ที่นี่ KUME ISLAND TOWN GUIDE 2018 [ PDF:4.7MB ] *ภาษาอังกฤษ

กี่ยวกับ Bade Haus Kume Island ได้ที่นี่ KUME ISLAND TOWN GUIDE 2018 [ PDF:4.7MB ] *ภาษาอังกฤษ

บทความที่เกี่ยวข้อง
เกาะคุเมะ
เกาะคุเมะ (Kume Island) สามารถเดินทางจากเกาะหลักโอกินาวาได้โดยทางอากาศ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ในอดีตเมื่อครั้งสมัยราชวงศ์ริวกิว เป็นเกาะที่มีธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์โดยได้รับการยกย่องว่าเป็น "คุมิโนะชิมะ" (Kumi no Shima) ที่มีความงดง...
Interact with horses in the natural beauty of Okinawa
Horseback riding lets you experience the nature of Okinawa in a unique way. Most people don't realize that it's an activity you can enjoy even if it's your first time on a horse. ...
น้ำพุร้อน
พระอาทิตย์ตกดินที่มาถึงและแปลงสีที่งดงามของทะเลและท้องฟ้าสีฟ้า ร้านอาหารแบบเปิดโล่งที่จัดให้บริการสปาธรรมชาติที่มีวิวทิวทัศน์ที่งดงามของแนวนอน ในช่วงเวลาพลบค่ำดาวเริ่มที่จะเปล่งประกายความงามที่ด้านบนและสายลมทะเลพัดได้อย่างสบาย , ก...

CATEGORY