Miscellaneous

Shopping

【Blog】เช่ารถขับเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ใกล้สนามบินนาฮะแบบไปเช้าเย็นกลับ

สวัสดีครับ ผมเป็นคนไทย ชื่อภาคภูมิ อาศัยอยู่กับแฟนที่จังหวัดโอกินาวาครับ ขอแนะนำการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมในโอกินาวา นั่นก็คือ การขับรถเที่ยวกันเอง ครั้งนี้ เป็นการขับรถเที่ยวเองแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบ ไปตามสถานที่ท่องเที่ยวใกล้สนามบินนาฮะภายในหนึ่งวันครับ

ที่สนามบินนาฮะ มีร้านเช่ารถให้บริการหลายแห่ง ซึ่งสามารถจองออนไลน์ล่วงหน้าได้ และเมื่อมาถึงสนามบิน ก็สามารถรับรถได้เลย สะดวกมากๆ ครับ ในการเช่ารถจำเป็นต้องเตรียมเอกสารต่างๆ ดังนี้ เช่น ใบขับขี่สากล พาสปอร์ต เป็นต้น

ครั้งนี้ ผมตั้งใจพาแฟนไปขับรถเที่ยวแบบสบายๆ ใช้เวลาร่วมกันแบบไม่เร่งรีบตามจังหวะของตัวเอง โดยเริ่มจากช่วงเช้า ไปหาอาหารทะเลสดๆ ทาน ต่อด้วยการเดินเที่ยวริมชายหาดที่เงียบสงบและสวยงาม ช่วงบ่ายเดินเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษีในเอาท์เล็ทมอลล์ และในช่วงท้ายสุดของวัน ไปชมพระอาทิตย์ตกริมทะเลในบรรยากาศโรแมนติกกันครับ

ตอนเช้า เราออกจากสนามบินนาฮะ ที่แรกที่เราไป คือ สถานที่แวะพักริมทางเขตอิโตะมัง (Itoman no Michi no Eki) โดยเมื่อค้นหาเส้นทางจาก Naha Airport ไปที่ Umanchu Market ใน Map จะเห็นได้ว่า เส้นทางไม่ยากครับ จากสนามบินนาฮะ ขับเลียบชายฝั่งทะเลมาตามถนนเส้น 331 ประมาณ 16 นาที

 

ที่สถานที่แวะพักริมทางแห่งนี้ ผมขอแนะนำ ตลาดผักและผลไม้จากเกษตรกร (Farmer’s Market) ศูนย์รวมปลาทะเลสด (Fish’s Center) และ ศูนย์รวมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในเขตอิโตะมัง (ตึกยูคุระ) ครับ

ที่นี่มีพืชผักและผลไม้ท้องถิ่นของโอกินาวามากมาย คนในท้องถิ่นมาจับจ่ายซื้อของกันที่นี่เยอะ บรรยากาศคึกคัก และยังมีร้านขายของทอดเทมปุระ และลูกชิ้นปลาที่ทอดกันใหม่ๆ ส่งกลิ่นหอมน่าทานอยู่ด้านหน้าของตลาดอีกด้วย

 

จากนั้น เราก็เดินไปที่ตึกยูคุระ ซึ่งมีศูนย์อาหารพื้นถิ่นแบบเป็นเซ็ตขายในราคาไม่แพง และยังมีมุมขายของฝากหลากหลายผลิตภัณฑ์ด้วยกัน และของฝากที่เป็นที่รู้จักและเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดโอกินาวา ที่ไม่ควรพลาด ก็คือ ชีซ่า ที่นี่มีทั้งที่เป็นรูปปั้น ภาพพิมพ์น่ารักๆ ในผ้าเช็ดหน้า หรือ แม้แต่มาร์คบำรุงหน้ารูปชีซ่าก็มีให้เลือกซื้อ น่าสนใจดีครับ

(ชีซ่า เป็นสัตว์ในตำนานที่ได้รับการสืบทอดมาจากประเทศจีนในสมัยริวกิว นิยมนำมาเซ่นไหว้ในฐานะเครื่องรางที่ช่วยปัดเป่าวิญญาณชั่วร้ายที่จะนำพาความหายนะเข้าสู่หมู่บ้านและบ้านเรือน)

 

เมื่อได้ของฝากติดไม้ติดมือแล้ว ก็ถึงเวลาหาอาหารทะเลสดๆ มาทานกันครับ เรามาที่ศูนย์รวมปลาทะเลสด ที่นี่จะมีอาหารทะเลสดๆ ขึ้นจากท่าเรือใกล้ๆ และนำมาปรุงแบบพิถีพิถันตามสไตล์ญี่ปุ่น มีทั้ง ซูชิ ซาชิมิ อาหารปิ้ง ต้ม ย่าง และอื่นๆ อีกมากมายที่ปรุงกันสดๆ ใหม่ๆ อาหารทะเลที่นี่มีหลากหลายชนิด สดสะอาดมาก และราคาไม่แพงครับ เมื่อเลือกซื้ออาหารจากร้านต่างๆ ได้แล้ว ก็นำมานั่งทานตรงม้านั่งในบริเวณนั้นๆ ได้เลยครับ

 

เมื่ออิ่มท้องแล้ว เราก็ไปเดินเล่นชมวิวสวยๆ ที่หาดบิบิบีช (Bibi beach) ซึ่งห่างจากสถานที่แวะพักริมทางอิโตะมัง ประมาณ 6 นาที สีน้ำทะเลที่นี่ เป็นสีฟ้าใสสวยงาม มองแล้วสบายตา ทรายละเอียดเป็นสีขาว บรรยากาศรอบหาดเงียบสงบมากครับ ที่หาดนี้มีบริเวณที่สามารถลงเล่นน้ำได้ จัดปาร์ตี้บาร์บีคิวริมชายหาดได้ และยังมีที่นั่งที่สามารถพาเด็กๆ มาเที่ยวเล่นได้ทั้งวัน สำหรับผมแล้ว การที่ได้นั่งมองท้องฟ้าสีคราม ฟังเสียงคลื่นทะเลเบาๆ ดื่มด่ำกับธรรมชาติเคียงข้างกันสองคนนั้น อาจจะเป็นช่วงเวลาที่เรียบง่าย แต่ช่วยเติมเต็มความสุขให้กับหัวใจได้อย่างดีทีเดียวครับ

เรานั่งปล่อยอารมณ์สบายๆ ซักพักหนึ่งไปตามบรรยากาศธรรมชาติของสายลมเย็น แสงแดด เสียงคลื่นทะเล แล้วเราก็ออกเดินทางกันต่อไปที่ เอาท์เล็ทมอลล์ อาชิบีน่า (Ashibinaa Outlet Mall ) กันครับ

ที่นีเป็นศูนย์รวมสินค้าแบรนด์เนมปลอดภาษี ที่มีมากกว่า 100 แบรนด์ และในช่วงลดราคานั้น แต่ละร้านจะลดราคาตั้งแต่ 50-70 % ทำให้ซื้อสินค้าได้ในราคาที่สมเหตุสมผล ผมปล่อยให้แฟนเดินดูสินค้าที่เธอชอบ ผมเองก็เดินดูสินค้าสำหรับผู้ชายที่มีมากมาย เช่น นาฬิกา เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆ ก็เพลินดีครับ และที่เอาท์เล็ท สามารถใช้ Wifi ฟรีได้ด้วย สะดวกมากครับ

 

เมื่อใกล้เวลาที่พระอาทิตย์จะตกดิน ผมอยากพาแฟนไปชมบรรยากาศโรแมนติกในยามเย็น เราจึงไปที่เกาะเซะนะงะจิม่า (Senaga Island) ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ขับรถแบบทางเดียววนรอบเกาะ จากทางเข้าเกาะเมื่อเราเห็นป้ายต้อนรับเข้าเกาะแล้ว ให้เลี้ยวซ้ายเพื่อขับไปตามถนนล้อมรอบตัวเกาะ จะเห็นวิวทะเลที่สวยงามแบบพาโนราม่า ที่นี่มีที่จอดรถหลายแห่งซึ่งไม่มีค่าบริการครับ เรารีบลงไปเดินเล่นบริเวณชายหาดเพื่อชมและเก็บภาพพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม สูดอากาศสดชื่น บรรยากาศโรแมนติคมากครับ และเพราะที่นี่ใกล้ทางขึ้นลงของเครื่องบิน ทำให้เห็นช่วงที่เครื่องบินกำลังจะลงจอดได้อย่างใกล้ๆ จึงกลายเป็นจุดที่ได้รับความนิยม แม้แต่ชาวญี่ปุ่นเองก็นิยมมาถ่ายรูปกันที่นี่ครับ

 

และสถานที่ท่องเที่ยวสุดท้ายที่เราไป คือ อุมิคาจิ เทอเรส (Umikaji Terrace) ที่อยู่ในบริเวณเกาะเซะนะงะจิม่า ที่นี่มีร้านอาหารพื้นถิ่น ร้านขนม และร้านเครื่องดื่มเก๋ๆ ในรูปแบบเฉพาะของโอกินาวาให้เลือกมากมาย และมีลานกิจกรรมเอนกประสงค์ ซึ่งหันหน้าออกทะเลเพื่อให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปนั่งชมวิวของท้องทะเลที่สวยงาม แต่ละชั้นมีการตกแต่งสวยงามและน่าประทับใจ สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปที่นี่เหมาะมากที่จะมาเก็บภาพสวยๆ ครับ ช่วงสุดสัปดาห์จะมีกิจกรรมการแสดงพื้นถิ่น หรือดนตรีพื้นเมืองที่ลานกิจกรรมนี้ ในขณะที่ชมการแสดง ก็ได้ดื่มดำไปกับบรรยากาศธรรมชาติที่งดงามของโอกินาว่า อิ่มเอมใจมากครับ เรียกได้ว่าที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับคู่รัก และครอบครัวเลยทีเดียว

เราเดินเล่นและชื่นชมกับความสวยงามในบรรยากาศยามเย็นในมุมต่างๆ ที่นี่ แวะทานขนมแพนเค้กหอมๆ นุ่มๆ และขนมซาตาอันดากีที่เป็นขนมพื้นเมืองที่หอมและกรุบกรอบทานกับไอศครีมชาเขียว รสชาติอร่อยถูกใจมากๆ และก่อนเดินทางกลับ ใกล้ที่จอดรถ มีส่วนของบ่อน้ำอุ่นที่ให้บริการแช่เท้าฟรี เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจ เราจึงลองนั่งแช่เท้าในน้ำอุ่นกัน ได้นั่งมองวิวทะเลท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ ผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดิน และได้ยินเสียงดนตรีเบาๆ จากลานกิจกรรม เป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจมากครับ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่รู้สึกผ่อนคลายมากๆ

ในแต่ละวันที่เร่งรีบของชีวิต หากเราสามารถหาเวลาท่องเที่ยวร่วมกันแบบสบายๆ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงามได้ น่าจะเป็นการท่องเที่ยวที่ช่วยเติมเต็มความรักให้กันและกันมากยิ่งขึ้น และเป็นอีกหนึ่งทริปที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่น่าประทับใจครับ

CATEGORY

RELATED CONTENTS