Nature

ทริปเดินทางสู่ยัมบารุ การกลับสู่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่

การมีอยู่ของป่าไม้อันเขียวชอุ่ม, ป่าโกงกาง, น้ำตก และสิ่งมีชีวิตในป่าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทัศนียภาพจริงอันเงียบสงบที่ป่ายัมบารุได้ถักทอขึ้นมาปลดปล่อยพวกเราจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันและได้เชื่อมโยงเข้ากับธรรมชาติอีกครั้ง เมื่อปี ค.ศ.2016 พื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะหลักโอกินาว่าได้ถูกกำหนดให้เป็น “อุทยานแห่งชาติยัมบารุ” โดยในปัจจุบันป่าดิบชื้นกึ่งเขตร้อนและสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะเฉพาะหลายชนิดกำลังได้รับการเสนอให้เป็นดินแดนที่มีคุณสมบัติในการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของยูเนสโก้

การเดินทางไปยัมบารุสามารถเดินทางไปได้อย่างง่ายดายโดยนั่งรถยนต์จากทางตอนใต้ของเกาะหลักโอกินาว่า ในโอกาสนี้อยากลองมาค้นหาความงามและความหลากหลายของธรรมชาติทางตอนเหนือของเกาะหลักกันครับ ในฐานะช่างภาพ การได้มีโอกาสมาบันทึกวัฒนธรรม พืช และสัตว์ของท้องถิ่นนับว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ใส่กล้องถ่ายรูปลงกระเป๋าแล้วออกมาผจญภัยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ยัมบารุกัน

DAY 1 พายเรือคายัคและเดินป่าตอนกลางคืนในป่าชายเลน

เมื่อเดินทางผ่านเมืองนาโกะซึ่งเป็นเมืองใหญ่ทางตอนเหนือของเกาะหลักโอกินาวา พร้อมกับขึ้นไปทางตอนเหนือผ่านบริเวณชายฝั่งตะวันตก นับตั้งแต่จุดนี้เป็นต้นไป ความแออัดบนท้องถนนก็เริ่มเบาบางลง และมีความรู้สึกว่าก้าวเดินของชีวิตสบายๆ ไม่เร่งรีบมากยิ่งขึ้น พวกเราได้แวะไปที่ คุนิกามิ มินาโตะ โชคุโด (Kunigami Minato Shokudo) ที่ครอบครัวโอมิเนะดูแลจัดการอยู่ เพื่อรับประทานอาหารก่อนไปทำกิจกรรมทางธรรมชาติในตอนเหนือ คุนิกามิโชคุโด เป็นห้องอาหารของชาวประมง โดยคุณฮิโตชิผู้เป็นลูกชายได้จัดเตรียมซาชิมิปลาฮามาจิ ปลาไท ปลามากุโระ และปลาหมึกซึ่งเป็นของสดประจำวันนี้เพื่อลูกค้าที่ได้แวะเข้ามา

วัตถุดิบมีความสดใหม่ อีกทั้งยังมีทิวทัศน์ที่สุดยอดด้วย ผู้คนในโอกินาว่ามักจะเรียกตัวเองบ่อยๆ ว่า “Uminchu” (อุมินจุ : ชาวทะเล) คุณแม่ฮิโรมิก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน โดยเจ้าตัวได้บอกกับเราว่าเขาจินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ หากได้ทำงานและใช้ชีวิตโดยอยู่ห่างจากทะเลที่งดงามเช่นนี้

หลังจากรับประทานอาหารแล้ว ก็ได้มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อไปที่สวนฮิรุกิ (Hirugi Park) ซึ่งเป็นป่าชายเลนที่อยู่ในสถานที่ที่น้ำจืดจากแม่น้ำและน้ำเค็มจากทะเลมาบรรจบกัน ระบบนิเวศของพืชและสัตว์ที่เติบโตอยู่ในป่าชายเลนแห่งนี้มีความพิเศษมาก แม้จะสามารถเดินไปตามทางเดินค้นหาป่าชายเลนได้ แต่การเข้าร่วมทัวร์พายเรือคายัคพร้อมไกด์จะช่วยกระตุ้นความตื่นเต้นเพื่อให้เกิดการผจญภัยและการใช้สติปัญญามากยิ่งขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมพายเรือคายัคมานานแล้ว แต่คุณเอนิชิผู้เป็นไกด์ก็ได้ช่วยสอนในขั้นพื้นฐานอย่างสุภาพ อีกทั้งแม่น้ำในป่าชายเลนก็สงบและไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะการล่องแก่ง ผู้ที่เป็นมือใหม่จึงสามารถเพลิดเพลินได้อย่างสบายใจ

พวกเราไปอยู่ท่ามกลางป่าชายเลนที่ขึ้นอยู่รวมกันตรงแม่น้ำเกซาชิพร้อมกับพายเรือด้วยไม้พายอย่างช้าๆ คุณเอนิชิได้เล่าให้พวกเราฟังเกี่ยวกับเรื่องของปลาตีนที่ชอบมาพักผ่อนอยู่ตรงริมฝั่งแม่น้ำ รวมถึงพืชชนิดต่างๆ ที่ปรับตัวต่อสภาพความเค็มสูงและขยายพันธุ์อยู่ที่นี่ คุณเอนิชิได้ย้ายจากโอซาก้ามาอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของโอกินาว่า แต่ดูเหมือนว่าจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติของป่ายัมบารุได้เช่นเดียวกับพืชของที่นี่เลยครับ โดยเจ้าตัวได้กล่าวว่า “ที่นี่ไม่มีทั้งซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าขนาดใหญ่ แต่ฉันกลับชอบใช้ชีวิตอยู่ในป่ายัมบารุและชอบช่วงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่”

เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน ก็ได้มุ่งหน้าไปยังชายฝั่งอีกเล็กน้อย และก็ได้พบกับคุณโอดะ ผู้เป็นไกด์ธรรมชาติ สัตว์ส่วนใหญ่ในป่ายัมบารุจะออกหากินในตอนกลางวัน แต่ก็มีสัตว์อีกหลายชนิดที่ออกหากินในตอนกลางคืน พวกเราได้ออกสำรวจพื้นที่บางส่วนของป่าด้วยกันพร้อมถือไฟฉายที่คุณโอดะมอบให้ เมื่ออยู่ห่างจากแสงไฟ ถนน และอาคารบ้านเรือน ความเงียบสงัดและความมืดก็ได้แผ่กระจายเข้ามาแทนที่ เมื่อเริ่มคุ้นเคยกับความเงียบสงัดและความมืดแล้ว ก็จะเริ่มได้ยินเสียงร้องของนกฮูกจากต้นไม้ที่อยู่ไกลออกไป, เสียงของใบไม้ที่คิดว่าน่าจะเกิดจากกิ้งก่าวิ่งผ่าน และเสียงร้องของกบ เมื่อเข้าใกล้ไปยังทิศทางเสียงร้องของกบ คุณโอดะก็ได้พูดคำสั้นๆ ที่แฝงด้วยความหมายอันลึกซึ้งว่า “ไม่ใช่แค่พวกเราเท่านั้นที่กำลังมองหาสิ่งมีชีวิต” งูฮาบุ เป็นงูพิษสายพันธุ์เฉพาะที่ออกหากินตอนกลางคืน และยังชอบกินกบด้วย เมื่อได้เห็นบริเวณน้ำลึกของบ่อน้ำเล็กๆ ที่ได้ยินเสียงร้องของกบ ก็ได้พบกับงูฮาบุที่มีชื่อว่า ฮิเมะฮาบุ กำลังขดตัวเป็นวงกลมอยู่ตรงริมน้ำ รู้สึกขอบคุณจริงๆ ที่มันกำลังนอนขดตัวเป็นวงกลมโดยไม่สนใจพวกเราเลย แน่นอนว่าตัวผมเองก็ไม่คิดจะอยากเข้าใกล้ฮิเมะฮาบุไปมากกว่านี้ จึงได้ย้ายไปเดินตรงบริเวณอื่นแทน

ภายใต้แสงจันทร์ ผมมองเห็นค้างคาวผลไม้กำลังบินอยู่เหนือหัว แต่เสียงร้องที่คล้ายกับนกฮูกก็เริ่มดังก้องมาจากทางอื่นด้วย เมื่อคุณโอดะได้ตรวจสอบพุ่มหญ้าใต้เท้าด้วยไฟฉายอีกครั้ง ก็พบว่ามีอะไรบางอย่างกำลังกวักมือเรียกเข้ามา สิ่งที่อยู่ในระหว่างใบไม้ที่แน่นิ่งไม่ขยับก็คือ ตุ๊กแกคุโรอิวะ สัตว์ที่ได้รับการสงวนตามกฎหมาย ซึ่งจัดเป็นตุ๊กแกชนิดหนึ่งที่ได้พบเห็นเป็นครั้งแรก ตุ๊กแกชนิดนี้อาศัยอยู่ภายในป่ายัมบารุ และมีลักษณะเฉพาะที่พบเห็นได้เฉพาะที่นี่ที่เดียวบนโลกเท่านั้น คุณโอดะได้ส่องไฟฉายไปที่ตุ๊กแกคุโรอิวะ

ทำให้ผมสามารถถ่ายภาพสัตว์ชนิดนี้ได้ คุณโอดะน่าจะรู้ว่าผมกำลังยิ้มอยู่ท่ามกลางความมืดมิด การได้พบกับหนึ่งในเจ้าถิ่นซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของป่ายัมบารุจึงเป็นความประทับใจอย่างถึงที่สุด คุณโอดะได้ออกตระเวนตอนกลางคืนแบบนี้ และกำลังพยายามเพื่อไม่ให้สิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นอันล้ำค่าถูกนักล่าสัตว์จับไปได้

ในป่ายัมบารุมีสถานที่ตั้งแคมป์ด้วยครับ แต่ในครั้งนี้ผมได้เข้าพักที่โรงแรมอะดะการ์เด้น (Ada Garden Hotel) ในหมู่บ้านอะดะ โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ถูกห้อมล้อมด้วยสรวงสวรรค์ของสัตว์ป่า โดยในบริเวณล็อบบี้และผนังตรงบันไดจะมีการจัดแสดงภาพถ่ายของพืชและสัตว์ในป่ายัมบารุ พนักงานมีความเป็นมิตร และยินดีให้บริการสำหรับคำขออาหารวีแกน

DAY 2 สังเกตการณ์ชมนกป่าและเดินชมธรรมชาติ

ไม่ใช่เพียงแค่ตุ๊กแกคุโรอิวะเท่านั้นที่เป็นสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นของป่ายัมบารุและโอกินาว่า นักสังเกตการณ์ชมนกป่าจากทั่วโลกต่างก็มาเยือนป่ายัมบารุและทำการบันทึกสายพันธุ์ที่หาพบได้ยาก นกยัมบารุคุอินะ (Okinawa Rail), นกโนกุจิเกระ (Okinawa woodpecker) และนกริวกิวเมจิโระ (Ryukyu Japanese White-eye) เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่เฉพาะในป่ายัมบารุ นอกจากนี้ ยังมีสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ย่อยๆ ชนิดต่างๆ อย่างนกชิจูคาระ (Japanese tit), นกเมจิโระ (Japanese White-eye), นกริวกิวคิบิทากิ (Ryukyu Narcissus Flycatcher) และนกอะคะโชบิน (Ruddy Kingfisher) อาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้ด้วย สิ่งที่จำเป็นสำหรับนักปักษีวิทยาเช่นผม…ล้อเล่นครับ นั่นก็คือ กล้องส่องทางไกลแบบมีเลนส์ 2 ข้าง และไกด์ท้องถิ่น แต่ถ้าหากอยากถือโอกาสค้นหานกชนิดต่างๆ แล้วแยกชนิดออกมาก็ต้องขอให้ทางนักสังเกตการณ์ชมนกป่าจากท้องถิ่นเข้ามาให้ความช่วยเหลือด้วย เป็นเรื่องโชคดีมากที่ผมได้พบกับคุณคิคุตะ อิจิโร่ ซึ่งเป็นศิลปินที่วาดภาพธรรมชาติของป่ายัมบารุออกมาด้วยความรักครับ

ผมและคุณคิคุตะมุ่งหน้าไปยังจุดชมวิวในอิบุเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเล คุณคิคุตะได้สอนเรื่องชนิดของนกพร้อมกับให้ลองฟังเสียงร้องประสานของเหล่านกในช่วงเช้ามืดอย่างนกอิซุฮิโยโดริ (Blue Rock Thrush), นกอุกุอิสุ (Japanese Bush Warbler), นกฮิตากิ (Old world flycatcher) และนกเซกิเรอิ (Wagtail) ฯลฯ เมื่อลงไปตามเนินเขา เข้าสู่ทางเดินในป่า แล้วแหงนหน้ามองน้ำตกที่ไม่รู้ชื่อ
ก็ถูกโอบล้อมด้วยอากาศบริสุทธิ์ของป่าไม้ในยามเช้า ผมพูดคุยกับคุณคิคุตะเกี่ยวกับความคืบหน้าของการอนุรักษ์สายพันธุ์จนเพลิน เมื่อปี ค.ศ.2012 ที่ได้พบกับเขาเป็นครั้งแรก นกยัมบารุคุอินะเหลือเพียง 700 ตัว จึงมีความกังวลว่าสายพันธุ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของป่ายัมบารุจะสูญพันธุ์ ตั้งแต่นั้นมา ทางจังหวัดโอกินาว่าก็ได้ทุ่มงบประมาณในโครงการอนุรักษ์สายพันธุ์พื้นเมือง เช่น การทำลายล้างพังพอนที่เป็นสายพันธุ์ต่างถิ่น, การทำหมันและลงทะเบียนแมวเลี้ยง, การลดการใช้ยาฆ่าแมลงให้น้อยลง ฯลฯ ตอนนี้ 8 ปีผ่านไป จำนวนนกยัมบารุคุอินะล่าสุดโดยประมาณล่าสุดอยู่ที่ 2,000 ตัว แล้ว

เมื่อก้าวข้ามรากอ้วนๆ ของต้นซาคิชิมะสุโอโนะคิที่มีขนาดมหึมา ก็ได้ยินเสียงร้องของนกที่โดดเด่นเฉพาะตัว “เก๊ก เก๊ก เก๊ะ เก๊ะ เก๊ะ เก๊ะ เก๊ะ” และเมื่อคุณคิคุตะชี้ไปยังพุ่มหญ้าที่อยู่ใต้เท้า ก็มองเห็นจะงอยปากสีส้มในทันที เสียงใบไม้เสียดสีกันดังสวบสาบ และนกยัมบารุคุอินะคู่หนึ่งก็กำลังหยุดยืนอยู่ตรงพุ่มหญ้าใต้เท้าราวกับกำลังแอบมอง กว่าจะติดตั้งกล้องได้ พวกมันก็กลับเข้าป่าไปแล้ว แต่ก็ไม่รู้สึกเสียดายเลยแม้แต่น้อย ผมจึงคิดเอาไว้ว่าคงจะมีโอกาสได้พบกันอีกครั้งในการเดินทางอันแสนสุดยอดในป่ายัมบารุ พร้อมกับความหวังใหม่ต่อการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ของพวกมัน


หากได้มาเยือนป่ายัมบารุ

ทางตอนเหนือของโอกินาว่า มาลองปล่อยใจไปกับช่วงเวลาที่ผ่านไปเรื่อยๆ กันครับ ผู้คนในท้องถิ่นเองก็ได้ออกมาเตือนให้ทุกท่านระมัดระวังในการขับรถอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้ชนเข้ากับสัตว์ป่า และถ้ามองเห็นเครื่องหมายสีเหลืองที่เป็นสัญลักษณ์ของนกยัมบารุคุอินะก็ขอให้ระวังเป็นพิเศษด้วยนะครับ ในช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนมิถุนายน มีความเป็นไปได้สูงที่สัตว์ประเภทนกซึ่งกำลังเลี้ยงลูกนกอยู่จะบินออกมายังท้องถนน จึงอยากให้ระมัดระวังไว้ด้วยนะครับ

โพสต์เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ.2020
โดย คริสต์ วิลสัน
คริสต์ วิลสันเป็นช่างภาพ ช่างภาพวิดีโอและนักเขียนการท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ในโอกินาวาเป็นเวลา 20 ปี

ลิ้งก์เว็บไซต์ที่เป็นประโยชน์

Mangrove Kayaking (Yanbaru Ecofield Shimakazi)

*ภาษาอังกฤษ

Higashi Village Tour Guide

*ภาษาอังกฤษ

Yanbaru Birdwatching Tour

*ภาษาอังกฤษ

บทความที่เกี่ยวข้อง
ทางตอนเหนือของเกาะหลักในจังหวัดโอกินาวา
ทางตอนเหนือของเกาะหลักในจังหวัดโอกินาวานั้นเต็มไปด้วยทัศนีย์ภาพที่สวยงามอันอุดมสมบูรณ์ของสภาพภูมิอากาศเฉพาะแบบทะเลกึ่งร้อนชื่น เขตยัมบารุ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์พันธุ์หายาก เป็นป่าเขตกึ่งร้อนที่มีบรรยากาศอันพิศวง ...
โอกินาวาตอนเหนือ
โอกินาวาตอนเหนือ เป็นบริเวณที่มีทิวทัศน์ที่อุดมไปด้วยธรรมชาติ มันถูกเรียกว่า “ยันบารุ” แม้ว่ามันต้องใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมงในการขับรถยนต์ไปที่นั่นด้วยทางด่วนจาก นาฮะ ทว่าพื้นที่ที่น่าดึงดูดใจแห่งนี้นับเป็นสถานที่ที่คุ้มค่าแก่การเยี่ย...
เดินทางสู่มิยาโกะ เกาะสีสันสดใส
การพัฒนาบนเกาะมิยาโกะในช่วงที่ผ่านมานี้กำลังมีสิ่งที่น่าจับตามอง โดยเมื่อปี 2019 ได้มีการเปิดสนามบินนานาชาติที่เกาะชิโมจิ จึงเป็นโอกาสให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้มาเยือนเพื่อยลโฉมทะเลในหมู่เกาะมิยาโกะที่มีสีสันสดใสงดงามจนได้รับกา...

CATEGORY